เทคนิคการลดน้ำหนักไม่ต้องไปหาหมอขอยา

วิธีลดความอ้วนโดยไม่ใช้ยา

ลดน้ำหนักแบบธรรมชาติบำบัด

ทั้งๆ ที่เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้ามื้อใหญ่ แล้วเริ่มงานตั้งแต่เช้าไปจนค่ำบางคืนก็เลยไปจนดึกดื่น เวลาหลับเวลานอนก็น้อยนิดข้าวเย็นก็งด น้ำตาลแท้ๆ ก็ไม่แตะ น้ำอัดลมนั้นบอกเลิกไปนานแล้วไปไหนก็เรียกหาแต่น้ำผลไม้คั้นสดอุตส่าห์เจียดวันพักผ่อนเพียงวันเดียวไปเล่นโยคะร้อนทุกอาทิตย์ก็แล้วแต่ทำมั๊ยทำไมก็ยังทั้งอ้วน ทั้งโทรมไม่เห็นผอมและเฟิร์มอย่างที่ตั้งใจไว้สักทีบางทีคำตอบอาจจะเป็นเพราะเราใช้ชีวิตแบบ “ฝืน”ธรรมชาติกันเกินไปก็ได้นะคะ

ธรรมชาติคือความสมดุล สุขภาพที่ดีต้องประกอบด้วยความสมดุลของการกิน พักผ่อนและออกกำลังกาย สมดุลในที่นี้หมายถึงมีความพอดีสอดคล้อง ไม่หักโหมไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งมากเป็นพิเศษคนรักตัวเองฟังแล้วอาจจะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องยากเกินการปฏิบัติเพียงแค่เพิ่มความใส่ใจและมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตอีกหน่อยเท่านั้น

* การกิน คน เราต้องการพลังงานจากอาหารวันละ 3 มื้อ แต่ละมื้อจึงควรบริโภคอาหารที่ให้พลังงานได้แก่คาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีนนอกจากนี้ยังควรได้รับไฟเบอร์หรือเส้นใย น้ำ รวมถึงวิตามินและเกลือแร่ต่างๆที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่เพียงพอต่อการนำไปใช้ การบริโภคมากกว่าการนำไปใช้ย่อมทำให้เกิดการสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน

* พักผ่อน  กินเพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารที่ต้องการอย่างเพียงพอแล้วร่างกายยังต้องการพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอด้วยในเมื่อทำงานมาตลอดวัน รีดออกมาทั้งพลังสมองและกำลังกาย พอตกค่ำก็ต้องนอนหลับให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การทำงานหนักแต่นอนน้อยจึงทำให้ร่างกายทรุดโทรมและไม่ผอมเพราะร่างกายที่ขาดการพักผ่อนจะเร่งการเผาผลาญมากขึ้น ทำให้คุณรู้สึกหิวกว่าปกติ และกระหายน้ำตาลจนน่ากลัวในวันรุ่งขึ้น

* ออกกำลังกาย รู้ดีว่าการออกกำลังกายมีคุณประโยชน์กับสุขภาพมากมาย ตั้งแต่ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ช่วยกระชับกล้ามเนื้อสร้างความกระฉับกระเฉง สดใส มีความสุข ร่างกายแข็งแรง นอนหลับสบาย และช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเอง

การออกกำลังกายแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

การออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่ช่วยเพิ่มอัตราการสูบฉีดโลหิตของหัวใจเช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เต้นรำ หรือกระโดดเชือกเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกนานครั้งละ 45 นาที สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง

การออกกำลังกายประเภทที่ 2 ได้แก่ การบริหารความแข็งแกร่ง เช่น การยกน้ำหนักและเวทเทรนนิ่งต่างๆ ประเภทสุดท้ายคือ

การฝึกความยืดหยุ่นของร่างกาย ได้แก่ การฝึกโยคะ พิลาทิส ฟิตบอล และไทชิ ซึ่งจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น คล่องแคล่ว สงบ และมีสมาธิ

ลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ

ถ้าสมมติฐานที่ว่าความอ้วนและสุขภาพที่เสื่อมโทรมมาจากการใช้ชีวิตแบบฝืน ธรรมชาติ ระหว่างที่คุณพยายามจัดระเบียบและปรับชีวิต

ทั้ง 3ส่วนให้กลับสู่ความสมดุลตามธรรมชาติทำไมไม่ลองลดความอ้วนด้วยวิธี “ธรรมชาติบำบัด”วิธีลดความอ้วนด้วยธรรมชาติบำบัด ที่สำคัญคือ ต้องออกกำลังกาย และ ควบคุมอาหาร ก่อนจะแนะนำสูตรควบคุมอาหาร

ซึ่งมีให้เลือกปฏิบัติตามแต่ความถนัดของแต่ละคน

1. ไม่กิน(ข้าว) มื้อเย็น วิธีนี้เหมาะจะเป็นบันไดขั้นแรกสู่สูตรต่อๆไป โดยในมื้อเช้าและกลางวันสามารถกินได้ตามปกติเฉพาะมื้อเย็นเท่านั้นที่กินอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ข้าว อาจจะหาจานเปล่ามา 1 ใบ ใส่ผักสดให้เต็มจาน แล้วกินกับกับข้าวไทยๆ อาทิ น้ำพริกปลาทูแกงส้ม แกงเลียง ยำ ลาบ งดกับข้าวมันๆ เช่นผัดผักมันๆ ของทอด และแกงกะทิ

2. อดอาทิตย์ละวัน เลือก 1 วันในสัปดาห์สำหรับงดเนื้อสัตว์ ไขมัน ข้าว แล้วกินแต่ผลไม้อย่างเดียวทั้งวัน เช่น มะละกอสุก

3. อดด้วยน้ำผลไม้ 3 วัน วิธีการคล้ายกับสูตรที่ 2 เพียงแต่เปลี่ยนจากการกินเนื้อผลไม้มาเป็นการดื่มน้ำผลไม้วันละชนิด ติดต่อกัน 3 วัน

4. อดเพื่อสุขภาพ 10 วัน เริ่มจาก 2 วันแรกกินแต่ผลไม้ ต่อจากนั้นกินผักและผลไม้สดชนิดต่างๆ จนครบ 10 วัน ซึ่งใน 10 วันนี้ถ้าทำอย่างเข้มงวด น้ำหนักจะหายไปประมาณ 3-4 กิโลกรัม

5. กินเนื้อกับผัก สูตรนี้เข้าข่ายการกินแบบ “พร่องแป้ง”หรือ “โลว์-คาร์บ(Low-Carb)” คือกินได้ทุกอย่างโดยแตะคาร์โบไฮเดรตซึ่งรวมทั้งแป้ง ข้าว และผลไม้ให้น้อยที่สุด โดยกินผักปริมาณ 2 เท่าของเนื้อ แม้ว่าการที่ร่างกายไม่ได้รับ พลังงานหลักจากคาร์โบไฮเดรตตามปกติจะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพเดียวกับภาวะอดอาหารจนต้องไปดึงพลังงานส่วนเกินที่เก็บสำรองไว้มาใช้ก็จริงแต่ส่วนหนึ่งของพลังงานสำรองอาจเป็นโปรตีนจากกล้ามเนื้อการกินเนื้อกับผักนานๆ จึงอาจส่งผลให้คุณผอมแบบกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย จึงจำเป็นต้องรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อได้ นอกจากนี้หากบริหารความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนอย่างการยกเวทไปพร้อมกันด้วยก็จะช่วยเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อให้สวยงามและดูดียิ่งขึ้นด้วย

หากคุณมี ความพยายามจริงจัง จะใช้ทั้ง 5 วิธีผสมผสานกันก็ได้ แต่ควรคำนึงว่าผักและผลไม้ที่จะกินควรมีความใหม่สดและผ่านการล้างอย่างสะอาด ดีแล้ว ส่วนจะกินแบบนี้อยู่นานแค่ไหนก็ให้ติดตามจากผลของน้ำหนักตัวว่าได้ตามที่ ต้องการแล้วหรือยัง เมื่อพอใจแล้วก็ค่อยๆปรับเพิ่มแป้งทีละนิด อย่างไรก็ตามแม้จะกลับมากินเหมือนเดิมแล้ว ก็ยังควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสกัดไม่ให้ไขมันกลับมาพอกพูนใหม่ได้ง่ายๆ อีกสำหรับสัดส่วนของ อาหารปกติหลังจากเข้าโปรแกรมกินเนื้อ-กินผักแล้วนั้น

ควรเป็นการกินตามแนวธรรมชาติบำบัดคือ แต่ละวันกินข้าวกล้อง 3 มื้อ ผักสด 2 จาน ผลไม้ 2 ผล(ขนาดเท่ากับผลแอ็ปเปิ้ล) น้ำผลไม้คั้นสด 1 แก้ว กินเนื้อสัตว์วันละไม่เกิน 1 ฝ่ามือ อาหารไขมัน(จำพวกผัดและทอด) วันละไม่เกิน 2 อย่าง พร้อมๆ กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม มีรูปร่างที่สมส่วน และสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรงมากขึ้น เห็นไหมว่าการลดน้ำหนักแบบ ธรรมชาติบำบัดทำไม่ยาก ไม่ต้องอดจนหิวไส้กิ่ว ไม่ต้องใช้เงิน ยา หรืออาหารเสริมลดความอ้วนเลย แค่ปฏิบัติตามสูตรเพื่อรูปร่างแข็งแรงและสุขภาพที่ดีขึ้นมีข้อดีมากมายอย่างนี้จะไม่ทดลองลดกันดูบ้างหรือคะ?

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือ คู่มือล้างพิษ 1วัน, อดด้วยน้ำผลไม้, ล้างพิษ 10 วัน และกินเนื้อกินผัก รักษาเบาหวานแบบไม่ต้องอด

เคล็ดลับการกินของสาวหุ่นดี

* เพิ่มผัก ถ้าอยากผิวสวยและรูปร่างฟิตเฟิร์ม ต้องเพิ่มผักทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นผักดิบหรือผักสุกก็มีแคลอรีน้อย แต่กินพื้นที่ในกระเพาะมาก ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบการย่อยและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

* วันละ 2 มื้อ เคล็ดลับในการกินรักษาเชฟว่าจะไม่กินอะไรหลังหกโมงเย็น เริ่มวันด้วยมื้อเช้า ดื่มน้ำผัก-ผลไม้ที่คั้นแยกกากกับขนมปังโฮลวีต มื้อกลางวันสามารถกินได้ตามต้องการแต่ถ้าเลือกได้จะกินก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเบาท้องกว่าข้าว นับๆดูแล้วจึงกินเป็นเรื่องเป็นราวแค่วันละ 2 มื้อเท่านั้น กำลังลด ต้อง ‘งด’ ก่อน* ข้าวทุกชนิด ไม่ว่าจะข้าวสวย ข้าวเหนียว ข้าวต้ม แม้แต่ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ซึ่งแม้จะมีประโยชน์มาก แต่ตอนที่กำลังลด ต้องงดก่อน ได้น้ำหนักที่พอใจเมื่อไหร่ค่อยกลับมากินข้าวกล้อง

* แป้งทุกชนิด ไม่ว่าจะขัดขาวหรือไม่ขัดขาว นอกจากนี้ไม่เฉพาะขนมปัง แต่ยังรวมถึงขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว พาสต้า และวุ้นเส้นด้วย

* น้ำตาลทุกชนิด รวมทั้งน้ำตาลเทียม ซึ่งแม้จะไม่ให้พลังงานแต่ก็จัดเป็นอาหารขยะประเภทหนึ่ง เมื่อกินเข้าไปก็รังแต่จะไปเพิ่มภาระให้ร่างกาย ทำให้รู้สึกหิวบ่อยยิ่งขึ้น

* ผลไม้ทุกชนิด แม้ผลไม้หลายชนิดจะไม่มีรสหวาน แต่ก็ประกอบด้วยแป้ง ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ เช่นเดียวกับข้าวซึ่งแม้ไม่หวานแต่ก็มีแป้งมาก

* ถั่วทุกชนิด ถั่วประกอบด้วยโปรตีน 1 ส่วน แป้งอีก 1ส่วน การกินถั่วมากๆจึงเพิ่มปริมาณแป้งให้กับร่างกายโดยไม่รู้ตัวช่วงที่กำลังลดให้ได้น้ำหนักตัวที่พอใจจึงควรเลี่ยงถั่วทุกชนิดรวมทั้งน้ำเต้าหู้ด้วย อย่างไรก็ตามเต้าหู้ซึ่งผ่านกระบวนการที่สกัดแป้งออกไปหมดเหลือเพียงส่วนของโปรตีนล้วนๆ นั้นสามารถกินได้

* นม และผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด แม้จะเป็นนมจืด หรือเพลนโยเกิร์ตเพราะในนมวัวมีน้ำตาลแลคโตสเป็นส่วนประกอบอยู่ส่วนนมพร่องไขมันนั้นก็ถูกนำไขมันออกไปเพียงส่วนเดียวยังเหลือคอเลอเตอรอลสูงๆ และไขมันอิ่มตัวที่ทำให้อ้วนได้อยู่ช่วงนี้ควรงดไปก่อน

 

ลดความอ้วนโดยไม่ต้องพึ่งยา

ความอ้วนมี 2 แบบ คืออ้วนเพราะพันธุกรรมและอ้วนจากการบริโภคอาหารเกินความต้องการร่างกายปัจจุบันมีคนทุกข์ทรมานเพราะการลดน้ำหนักไม่น้อยบางคนหันพึ่งยาซึ่งเป็นอันตรายยิ่งขณะเดียวกันก็มีคนอ้วนอีกมากที่ลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

1.ควบคุมอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดและไขมันสูงที่สำคัญควรจำกัดปริมาณอาหารแต่ละมื้อ เคล็ดลับง่ายๆให้ดื่มน้ำแก้วใหญ่ก่อนรับประทานอาหารน้ำจะทำให้อิ่มเร็วและรับประทานได้ลดลง และควรงดอาหารรสจัดเพราะจะทำให้รับประทานข้าวหรือแป้งมากขึ้น

2.อย่าเผลอตามใจปาก หมั่นสอนใจตัวเองว่าต้องชนะใจตนเองให้ได้ในครั้งนี้และครั้งต่อๆไปแต่ถ้าแพ้ครั้งแรกโอกาสแพ้ใจตัวเองตลอดไปจะมีสูง

3.มีวินัยในการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินออกไปปัจจุบันมีวิธีออกกำลังกายที่เพลิดเพลินได้พร้อมกับการฟังเพลงโปรดหรือดูทีวี จะช่วยให้ผ่อนคลายดีขึ้น

4.พยายามหางานอดิเรกหรือกิจ กรรมต่างๆ ทำในวันหยุด เพื่อให้ตนเองยุ่งตลอดเวลาจนไม่มีใจคิดถึงการออกไปหาอาหารอร่อยรับประทาน

5.ควรมีเวลานอนหลับพักผ่อนเพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมงจะช่วยให้แจ่มใส ไม่หงุดหงิด พร้อมที่จะต่อสู้กับภารกิจในวันใหม่นอกจากนี้อาจผ่อนคลายด้วยการเสริมสวย เช่นเข้าร้านจัดแต่งทรงผมใหม่ เข้ารับบริการนวดหน้า ทำสปา เพื่อให้อารมณ์ผ่อนคลาย ผิวพรรณผ่องใส

6.ทำตัวให้สดใสร่าเริงโดยการแต่งชุดสวยที่ตนเองชื่นชอบเป็นการให้กำลังใจตนเองและท้าทายเส้นชัยของการลดความอ้วนอย่าพยายามเลือกใส่เสื้อผ้าที่หลวมเพื่อปกปิดพุงหรือส่วนเกินเพราะจะเปิดโอกาสให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น

7.เมื่อไรก็ตาม ที่เผลอแพ้ใจตนเองให้ลองคิดถึงผู้ที่เป็นเหยื่อของยาลดความอ้วนทั้งหลาย บางรายถึงเสียชีวิตบางรายเสียเงินมากมายเมื่อเริ่มลดได้เพราะกินยาลดความอ้วนเมื่อหยุดยาก็มักเกิด โยโย่เอฟเฟ็กต์ คืออ้วนมากกว่าเก่านอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายสะสมสารพิษเสี่ยงต่อสารพัดโรควิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลเร็วที่สุด ,วิธีลดน้ำหนักง่ายๆลดความอ้วนให้ได้ผล ก็ต้องออกกำลังกายตามโปรแกรมรับประทานอาหารอย่างระวัง

แต่สำหรับสาวๆ ที่ไม่ค่อยจะมีเวลามากนักเพราะชีวิตยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำมากมายเรา สามารถช่วยคุณได้เพียงแค่ท่องจำให้แม่นตลอดเวลาว่าคุณต้องการมีหุ่นที่ดีทุกครั้งไม่ว่าคุณจะ ทำอะไร 20 อย่างต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่คุณอาจได้ทำเป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่ทำแล้วให้ผลในเรื่องของการลดน้ำหนักไปในตัว

1. อย่าปล่อยให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณเพราะปริมาณอาหารไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายต้องการทุกมื้ออาหารควรทานให้อิ่มพอดีๆ อย่าให้ถึงกับรู้สึกอึดอัดและไม่ต้องเสียดายอาหารที่เหลือในจานแต่ให้คิดเสียว่าอาหารที่เหลือต่อวัน คือแคลอรีที่คุณสามารถลดได้

2. หาน้ำดื่มทุกครั้งก่อนที่คุณจะหาขนมนมเนยเข้าปากถ้าทำได้ วิธีนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียวทั้งลดความอ้วนและประหยัดค่าขนมไปในตัด้วย

3. กฎเหล็กของการลดความอ้วนคือ การตัด ABC ออก A หมายถึง

—Alcohol (แอลกอฮอร์),

—B หมายถึง Bread (ขนมปัง) และ

—C carbohydrates (คาร์โบไฮเดรต)

4. ปล่อยให้ตู้เย็นโล่งสะอาดตาโดยหาเพียงสิ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายหรือทานแล้วช่วยให้คุณดูสวยขึ้น เช่นหาผลไม้หรือน้ำผลไม้ประดับตู้เย็นแทนขนมเค๊กนมพร่องไขมันเนย และน้ำแร่แช่แทนน้ำอัดลม และที่สำคัญควรหาภาพนางแบบหุ่นดีๆ ใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนโค้เว้า

มาติดตู้เย็นแทนแม่เหล็กที่แถมจากร้านอาหาร

5.ทานอาหารเช้าเป็นประจำเพราะอาหารเช้าสามารถช่วยให้คุณทานอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง

6. เคยมีผลวิจัยบอกว่า การได้ฟังดนตรีเพลงโปรด (ต้องเพลงช้าๆนะ) นั้นเปรียบเสมือนได้รับประทานอาหารรสเยี่ยมทีนี้เมื่อคุณเกิดอาการอยากอาหาร ให้ลองเปลี่ยนมาฟังเพลงเพราะแทน

7. เตือนความจำตัวเองด้วยการนำชุดตัวเก่งที่คุณใส่ได้เมื่อครั้งยังผอมแขวนในตู้เสื้อผ้าที่คุณสามารถเห็นได้ชัดทุกวันเพื่อเตือนความจำให้คุณอยากกลับมาใส่ชุดนี้อีกครั้ง

8 .เมื่ออยู่ห้องแอร์เย็นๆ ให้หาน้ำขิงหรือชาเขียวดื่มแทนกาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย เปรียบเสมือนทานข้าวไปสองจาน น่าตกใจไหมล่ะ

9. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และเต็มตา เพราะผู้หญิงเราหากได้นอนหลับเพียงพอร่างกายจะสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้มากขึ้นจากปกติถึง 40% เชียวนะ

10. ก่อนเข้าซุปเปอร์มาเก็ตทุกครั้ง ควรจดรายการที่ต้องการและซื้อตามรายการที่จด แทนการเลือกซื้อแบบตามใจฉันจะนึกออก ณ ตอนนั้น หากตั้งใจช้อปของไม่มาก แนะนำให้ถือตระกร้าแทนรถเข็น เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณได้ออกแรงแล้ว ยังช่วยไม่ให้คุณเลือกซื้อของเกินรายการที่ต้องการอีกด้วย

11. หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจากแสงของยามค่ำคืนและการนอนดึกจะยิ่งทำให้คุณอยากทานของจุกจิกหรือหิวระหว่างคืนได้แต่หากคุณต้องการดูหนังในเวลากลางก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดไฟดวงน้อย เมื่อหนังจบก็สามารถดับไฟนอนได้เลย

12. เปลี่ยนขนมจุกจิกเป็นลูกอม เพราะลูกอมมีแคลอรีเพียง 20 แคลอรีและสามารถช่วยให้คุณหายหิวได้ถึง 20 นาที

13. เติมความสดชื่นด้วยชาเขียวเพราะชาเขียวสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นควรหาชาเขียวมาดื่มร้อนๆ สักสามถ้วยต่อวัน

14. ทำเรื่องกินให้เป็นเรื่องใหญ่โดยไม่ทานอาหารในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ เช่นดูทีวี อ่านหนังสือ หรือเล่นอินเทอร์เน็ต หากต้องการกิน

ก็ควรนั่งกินบนโต๊ะอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

15. หาเวลาสัก 20 นาทีต่อวัน สำหรับการเดินเล่นชมสวน หรือนั่งเล่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติวิธีนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้วยังช่วยเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้อีกด้วย

16. ฝึกที่จะใช้บันไดแทนลิฟ หากคุณทำงานหรือเรียนอยู่บนชั้นสูงๆให้ขึ้นลิฟไปถึงก่อนชั้นทำงานหรือชั้นเรียนอย่างน้อย 2ชั้นที่เหลือให้ใช้บันไดแทน

17. ปลดปล่อยอารมณ์ให้สุดเหวี่ยงขณะขับรถโดยการฟังเพลงแดนซ์เพลงโปรดของคุณ ร้องออกมาดังๆแล้วขยับร่างกายตามจังหวะเพลง ไม่ต้องไปสนใจใครหรอกโดยเฉพาะหากรถยังแล่นอยู่

18. ยุ่งนัก หาเวลาออกกำลังไม่ได้ ให้หาถุงเท้าสบายๆแล้วใส่อยู่บ้านแล้วโลดแล่นให้ทั่วพื้นบ้าน จินตนาการว่ากำลังเล่นสเก็ตอยู่เพียง 10 นาทีก็ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีเชียวนะ

19. หาวีดีโอหรือวีซีดีออกกำลังกายสักหนึ่งชุดแล้วเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นเฮ็ลท์คลับส่วนตัวเปิดแอร์ได้ไม่ว่ากันค่ะ

20. เปลี่ยนนิสัยขี้เกียจ แล้วเริ่มหัดทำงานบ้านเสียบ้างเพราะทุกสิ่งที่คุณทำล้วนเปรียบเสมือนได้ออกกำลังกายและเผาผลาญแคลอรีในตัว

ข้อเสนอแนะในการลดน้ำหนักคือ

1. ลดพลังงานที่ควรจะได้ต่อวัน โดยพลังงานที่แนะนำคือ หญิง = 20 กิโลแคลอรี x น้ำหนัก (IBW) = พลังงานที่ควรได้/วัน ชาย =

25 กิโลแคลอรี x น้ำหนัก (IBW) = พลังงานที่ควรได้/วัน หรือลดปริมาณพลังงานที่ควรได้จากตารางของกรมอนามัยอีกร้อยละ 10-20 ของพลังงานที่ต้องได้ต่อวัน การลดน้ำหนักต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ลดอย่างเร็ว เพื่อให้ร่างกายปรับตัว สัปดาห์ละ 1/2 – 1 กิโลกรัม ถ้าต้องการลดอย่างรวดเร็วและมาก ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เช่น การลดน้ำหนักในเด็ก

2. กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ห้ามงดมื้อใดมื้อหนึ่ง และอาหารต้องประกอบด้วยอาหาร 5 หมู่ ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวแป้งและเผือก มัน น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ผลไม้ผักใบเขียว-ขาวทุกชนิด ไขมันจากพืชและสัตว์ เป็นต้น ดูรายละเอียด

- เนื้อสัตว์ ควรเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไม่มีหนัง และปลาการปรุงประกอบควรใช้การอบ ย่าง นึ่งไม่ควรทอดในน้ำมันมากสำหรับเด็กความต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพื่อการเจริญเติบโตควรให้มากกว่าผู้ใหญณ ร้อยละ 20-25 ของพลังงานที่ต้องการต่อวัน ผู้ใหญ่ควรได้ร้อยละ 15-20 ของพลังงานที่ต้องได้ต่อวัน

-นม : ควรเป็นนมสดจืดพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนยจะมีปริมาณไขมันน้อยกว่านมพร้อมดื่ม และไม่ควรดื่มนมปรุงแต่งรสซึ่งจะมีน้ำตาลเพิ่มขึ้น เด็กควรดื่มวันละ 2-3 กล่องผู้ใหญ่ควรดื่มนมขาดมันเนยวันละ 1-2 กล่อง

-ไข่ : เด็กควรกินวันละ 1 ฟอง ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลในเลือดสูงควรกินสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง หรืองดกินไข่แดง ควรปรุงประกอบด้วยวิธีนึ่งต้ม หรือตุ๋น ไม่ควรทอดในน้ำมัน

-ถั่วเมล็ดแห้ง : ควรกินสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง นอกจากโปรตีนที่ได้แล้วถั่วเมล็ดแห้งยังมีใยอาหารที่ดีที่ช่วยในการขับถ่ายถั่วเมล็ดแห้งยังให้ไขมันที่ดี เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันถั่วลิสง เป็นต้น

- ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว แป้ง ควรกินข้าวซ้อมมือ ขนมปังโอลวีทและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในวันหนึ่งควรได้ร้อยละ45-50 ของพลังงานต่อวัน

ซึ่งคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากข้าวแป้งนี้จะให้พลังงานในรูปของน้ำตาลแก่ร่างกาย ถ้ากินมากเกินไปก็เก็บสะสมไว้ในร่างกายทำให้มีปัญหาน้ำหนักตัวมากขึ้น ควรลดการกินน้ำตาลทรายเพราะน้ำตาลจะให้พลังงานอย่างเดียวโดยไม่ให้สารอาหารตัวอื่นๆ เลย ถ้ากินมากก็จะทำให้อ้วนได้เช่นกัน ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์ยังให้ใยอาหารแก่ร่างกายอีกด้วย

-. ผลไม้ ผลไม้ให้สารคาร์โบไฮเดรตแก่ร่างกาย เช่นเดียวกับข้าว แป้งควรกินผลไม้รสไม่หวานจัดแทนขนมหวานทุกมื้อ เช่น ส้ม ชมพู่ มะละกอ

แตงโม ฝรั่ง สับปะรด ฯลฯ  ผลไม้มีวิตามินและเกลือแร่ซึ่งช่วยในการควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายได้เป็นไปอย่างปกติผลไม้ยังมีใยอาหารมากเช่นกันควรกินผลไม้สดทั้งผลหลีกเลี้ยงการกินผลไม้กระป๋อง หรือน้ำผลไม้คั้นเพราะเป็นการโยนใยอาหารทิ้งไปอย่างน่าเสียดายและการคั้นน้ำผลไม้ต้องใช้จำนวนผลไม้มากกว่าซึ่งน้ำตาลผลไม้ถ้ากินมากก็สะสมเป็นน้ำตาลในร่างกายได้ผลไม้ควรได้ร้อยละ

10-15 ของพลังงานที่ต้องการต่อวัน

-ผักใบเขียว-ขาว ควรกินให้มากทุกมื้อและทุกวัน ผักให้วิตามินและเกลือแร่เช่นเดียวกับผลไม้ พร้อมทั้งใยอาหารที่ดีด้วย ผักที่มีสีแดง แสด เช่นแครอท ฟักทอง มะเขือเทศ ฯลฯ ควรได้กินสลับกับผักใบเขียว-ขาวใยอาหาร : คือผนังของพืชที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้ใยอาหารได้จากผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ฯลฯมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักด้วยใยอาหารใช้เวลาอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้เป็นเวลานานและดูดน้ำทำให้ใยอาหารเกิดการพองตัว ทำให้ไม่เกิดอาการหิวบ่อย ใยอาหารยังดูดซับไขมันและน้ำตาลบางส่วน และสารพิษต่าง ๆพร้อมจะถูกขับออกจากร่างได้เช่นกัน ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ กระเพาะอาหาร และริดสีดวงทวารด้วย

-ไขมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรีต่อไขมัน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรตจากข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ให้พลังงานเพียง 4 กิโลแคลอรีเท่านั้น  หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ ได้แก่ น้ำมันหมูจากหนังสัตว์ซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลค่อนข้างสูงกะทิและน้ำมันมะพร้าวเป็นไขมันจากพืชก็จริงแต่มีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวค่อนข้างสูง ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นคอเลสเตอรอลได้จึงควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน ไขมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง รำข้าว มะกอก ทานตะวัน ถั่วลิสงฯลฯ ถึงแม้จะให้กรดไขมันที่ดีแก่ร่างกายแต่ก็ยังมีพลังงานสูงการลดน้ำหนักควรลดปริมาณไขมันออกไปให้เหลือประมาณร้อยละ 15-20ของพลังงานที่ต้องการต่อวันการลดน้ำหนักโดยการกินอาหารมังสะวิรัตคือ การงดกินเนื้อสัตว์ซึ่งถ้าเป็นเด็กไม่ควรเป็นอย่างยิ่งเด็กยังมีการเจริญเติบโตและต้องได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ ปลา

ควรต้องกินให้ครบทุกมื้อและทุกวัน โปรตีนที่ได้จากข้าวและผลิตภัณฑ์ผักเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์มีกรดอะมิโนไม่ครบถ้วนร่างกายใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่เด็กจะไม่เจริญเติบโตตามวัยมีรูปร่างเตี้ยเล็กได้ในผู้ใหญ่ยังต้องใช้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นมเพื่อใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายด้วยเช่นกันความต้องการอาหารเหล่านี้อาจจะน้อยลง

**** ออกกำลังกายทุกวัน ๆ ละ 1/2-1 ชั่วโมงการเลือกวิธีออกกำลังกายควรให้เหมาะสมกับสภาวะของร่างกายรวมทั้งพยาธิสภาพที่ตนมีอยู่ ควรมีการปรึกษาแพทย์และนักภายภาพบำบัดเพื่อการออกกำลังกายที่ถูกต้อง

อ้างอิง http://info.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=29&id=16397

http://health-club.org/selection-healthy-foods

3,045 total views, 2 views today